ทุกๆ ท่านเคยได้ยินหรือได้เห็นเกี่ยวกับเรื่องของ “Blacklist” ต่างๆ ในแต่ละวงการกันหรือปล่าวครับ ซึ่งการที่ใครหรือสิ่งใดจะติด Blacklist ได้นั้น ย่อมเป็นผู้ที่กระทำความผิดอย่างแน่นอนครับ วันนี้เราจะขอพาทุกๆ ท่านที่ใช้งาน “โบรกเกอร์ CFD” ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ “เราสามารถเช็ค Blacklist ของโบรกเกอร์ CFD ได้อย่างไรบ้าง ?” กันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า “Blacklists”
คำว่า “Blacklists” (บัญชีดำ) เป็นคำที่ใช้ในหลายบริบท แต่หลัก ๆ แล้วมันหมายถึง รายชื่อของบุคคล กลุ่ม หรือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่ถูกระบุว่าไม่พึงประสงค์, ผิดกฎ หรือไม่ควรให้ความร่วมมือด้วย
วิธีการตรวจสอบโบรกเกอร์ CFD ที่ติด Blacklists
การตรวจสอบ “บัญชีดำ” ของโบรกเกอร์ CFD อาจทำได้ยากกว่าการตรวจสอบบัญชีดำของบุคคลหรือบริษัททั่วไป เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูลกลางที่เป็นทางการและครอบคลุมทั่วโลกสำหรับโบรกเกอร์ CFD ที่กระทำผิด อย่างไรก็ตาม คุณสามารถทำตามขั้นตอนและใช้แหล่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้เพื่อช่วยในการตรวจสอบและหลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ:
1. ตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน
- ค้นหาหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศของคุณ: โบรกเกอร์ CFD ที่ถูกกฎหมายควรได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานทางการเงินในประเทศที่พวกเขาดำเนินธุรกิจอยู่ เช่น ในสหราชอาณาจักรคือ Financial Conduct Authority (FCA), ในไซปรัสคือ Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC), ในออสเตรเลียคือ Australian Securities and Investments Commission (ASIC) เป็นต้น
- ตรวจสอบเว็บไซต์ของหน่วยงานกำกับดูแล: หน่วยงานเหล่านี้มักจะมีรายชื่อโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต และบางครั้งอาจมีรายชื่อบริษัทที่ถูกเตือนหรือถูกขึ้นบัญชีดำเนื่องจากกระทำผิดกฎระเบียบ
- ใช้เครื่องมือค้นหาของหน่วยงานกำกับดูแล: หลายหน่วยงานมีเครื่องมือให้คุณสามารถค้นหาชื่อโบรกเกอร์เพื่อตรวจสอบสถานะใบอนุญาต
ตัวอย่างหน่วยงานกำกับดูแลและแหล่งข้อมูล
- ประเทศไทย: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อาจมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
- สหราชอาณาจักร (FCA): https://register.fca.org.uk/s/ และ https://www.fca.org.uk/news/warnings
- ไซปรัส (CySEC): https://www.cysec.gov.cy/en-GB/entities/investment-firms/licensed-cfds-forex/ และ https://www.cysec.gov.cy/en-GB/public-info/warnings/
- ออสเตรเลีย (ASIC): https://connectonline.asic.gov.au/RegistrySearch/faces/landing/ProfessionalRegisters.jspx และ https://www.asic.gov.au/warnings/companies-you-should-not-deal-with/
- สหรัฐอเมริกา (CFTC): https://www.cftc.gov/LearnAndProtect/Resources/Check/redlist.htm (RED List – รายชื่อบริษัทที่ต้องสงสัยว่าดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต)
2. ตรวจสอบรายชื่อบัญชีดำจากเว็บไซต์ทางการเงินและฟอรัม
- เว็บไซต์ข่าวสารและการเงิน: บางเว็บไซต์ข่าวสารและการเงินอาจมีรายงานหรือรายชื่อโบรกเกอร์ที่ถูกกล่าวหาว่ามีปัญหา
- ฟอรัมและชุมชนออนไลน์: ผู้เทรดมักจะแบ่งปันประสบการณ์และเตือนเกี่ยวกับโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือในฟอรัมและชุมชนออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อมูลเหล่านี้
- เว็บไซต์เปรียบเทียบโบรกเกอร์: บางเว็บไซต์ที่เปรียบเทียบโบรกเกอร์อาจมีส่วนที่รวบรวมความคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากผู้ใช้งาน
3. ระวังสัญญาณเตือน
- การรับประกันผลกำไร: ไม่มีโบรกเกอร์ที่ถูกกฎหมายรายใดสามารถรับประกันผลกำไรจากการเทรดได้ หากมีโบรกเกอร์ใดให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้ ให้สงสัยได้เลย
- แรงกดดันให้ฝากเงินอย่างรวดเร็ว: โบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือมักจะพยายามกดดันให้คุณฝากเงินอย่างรวดเร็ว โดยอาจเสนอโบนัสหรือโปรโมชั่นที่ดูดีเกินจริง
- ผลตอบแทนที่สูงเกินจริง: ระวังโบรกเกอร์ที่เสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริงโดยมีความเสี่ยงต่ำ
- ความไม่โปร่งใส: หากโบรกเกอร์ไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการเทรด หรือข้อมูลบริษัท
- ปัญหาในการถอนเงิน: หากคุณพบปัญหาในการถอนเงิน หรือโบรกเกอร์มีข้ออ้างต่างๆ เพื่อไม่ให้คุณถอนเงินได้
- การติดต่อที่ไม่พึงประสงค์: ระวังการติดต่อจากโบรกเกอร์ที่คุณไม่เคยติดต่อมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านช่องทางที่ไม่ปลอดภัย
4. ตรวจสอบข้อมูลบริษัท
- ที่อยู่และข้อมูลติดต่อ: ตรวจสอบว่าโบรกเกอร์มีที่อยู่จริงและข้อมูลติดต่อที่ชัดเจนหรือไม่ ลองตรวจสอบที่อยู่ผ่าน Google Maps
- เว็บไซต์: เว็บไซต์ของโบรกเกอร์ควรมีความเป็นมืออาชีพ ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน และมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งานที่ชัดเจน
- ระยะเวลาการดำเนินงาน: โบรกเกอร์ที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลานานและมีชื่อเสียงที่ดีมักจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าโบรกเกอร์ใหม่ๆ ที่ไม่มีประวัติ
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีวิธีตรวจสอบโบกรเกอร์ CFD เยอะแยะไปหมด ที่ท่านสามารถเลือกสรรเพื่อได้ทำการเช็คในอนาคตก่อนที่จะลงทุนได้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยท่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ
